๒. พบพระอาจารย์สิงห์

  

 

            เมื่อ   พ.ศ. ๒๔๕๙   พระอาจารย์สิงห์  ขันตยาคโม    กับ   พระอาจารย์คำ     ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ  ได้เดินรุกขมูลไปถึงบ้านนาสีดาเป็นองค์แรก  ทั้ง ๆ ที่พระในวัดนั้นก็มีอยู่  แต่ท่านไปขอพักอยู่ด้วย คล้าย ๆ กับว่าท่านมุ่งจะไปโปรดเราพร้อมด้วยบิดาเราก็ได้  เมื่อท่านทั้งสองไปถึง  เรากับบิดาของเราก็ได้ปฏิบัติท่านด้วยความเคารพและเลื่อมใสเป็นอย่างดียิ่ง   เพราะเห็นปฏิปทาของท่านผิดแผกจากพระกัมมัฏฐานคณะอื่น ( เมื่อก่อนบิดาของเราเคยปฏิบัติอาจารย์สีทัด ) โดยเฉพาะท่านสอนเราในข้อวัตรต่าง ๆ เช่น  สอนให้รู้จักของที่ควรประเคนและไม่ควรประเคน  ท่านสอนภาวนา  บริกรรมพุทโธ เป็นอารมณ์  จิตของเรารวมได้เป็นสมาธิ   จนไม่อยากพูดกับคนเลย   เราได้รับรสชาติแห่งความสงบในกัมมัฏฐานภาวนาเริ่มแรกจากโน่นมาไม่ลืมเลย    เมื่อไปเรียนหนังสือเป็นสามเณรอยู่กับหมู่มาก ๆ     เวลากลางคืนอากาศเย็น  สงบดี   เราทำกัมมัฏฐานของเราอยู่คนเดียวหามีใครรู้ไม่
             ท่านมาพักอยู่ด้วยเราราว ๒ เดือนเศษ  ทีแรกท่านตั้งใจจะอยู่จำพรรษา ณ ที่นั้น  แต่เนื่องด้วยท่านมีเชื้อไข้ป่าอยู่แล้ว พอมาถึงที่นั้นเข้า ไข้ป่าของท่านยิ่งกำเริบขึ้น พอจวนเข้าพรรษาท่านจึงได้ออกไปจำพรรษา ณ ที่วัดร้างบ้านนาบง ตำบลน้ำโมง อำเภอท่าบ่อ เราก็ได้ตามท่านไปด้วยในพรรษานั้น ท่านเป็นไข้ตลอดพรรษา ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในเวลาว่างท่านยังได้เมตตาสอนหนังสือและอบรมเราบ้างเป็นครั้งคราว จวนออกพรรษาท่านจะมีความรู้สึกภายในของท่านขึ้นอย่างไรก็ไม่ทราบ  ท่านบอกว่า  ออกพรรษาแล้วจะต้องกลับบ้านเดิม  แล้วท่านถามเราว่า เธอจะไปด้วยไหม      ทางไกลและลำบากมากนะ    เราตอบท่านทันทีว่า    ผมไปด้วยนะครับ      ยังอีกไม่กี่วันจะออกพรรษา    เราขออนุญาตท่านกลับบ้านไปลาบิดามารดา   ท่านทั้งสองมีความดีใจมากที่เราจะไปด้วยอาจารย์ รีบเตรียมดอกไม้ธูปเทียนให้เราเพื่อขอขมาบิดามารดา  ( ธรรมเนียมอันนี้ท่านสอนเราดีนัก  เราหนีจากบ้านไปครั้งก่อน ท่านก็ให้เราทำเช่นนี้เหมือนกัน ) คืนวันนั้นเราขอขมาบิดามารดา แล้วไปขอขมาญาติผู้เฒ่าผู้แก่จนถึงทั่วหมด   เมื่อเราไปหาใครทุกคนพากันร้องไห้เหมือนกับเราจะลาไปตายนั่นแหละ   เราเองก็ใจอ่อนอดน้ำตาร่วงไม่ได้   รุ่งเช้ามารดาและป้าได้ตามมาส่งถึงอาจารย์   พากันนอนค้างคืนหนึ่ง    วันนั้นเป็นวันปวารณาออกพรรษา รุ่งขึ้นฉันจังหันแล้วท่านอาจารย์พาเราออกเดินทางเลย    ตอนนี้ป้าและชาวบ้านที่นั่นพากันมารุมร้องไห้อีก