๑๘. พรรษา ๑๐ จำพรรษาที่โคราช ( พ.ศ. ๒๔๗๕ )
๑๘.๑ ความปริวิตกที่ไม่เป็นธรรม
๑๘. พรรษา ๑๐ จำพรรษาที่โคราช ( พ.ศ. ๒๔๗๕ )
|
|
จังหวัดนครราชสีมา
พระกัมมัฏฐานคณะลูกศิษย์ของท่านอาจารย์มั่นไม่เคยไปกล้ำกรายเลยแต่ไหนแต่ไรมา
เพราะเคยได้ยินมาว่า คนในจังหวัดนี้ใจอำมหิตเหี้ยมโหดมาก กลัวจะไม่ปลอดภัย
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สมัยดำรงสมณศักดิ์เป็น
พระธรรมปาโมกข์ ได้นิมนต์ท่านอาจารย์สิงห์ พระมหาปิ่นลงไปแล้ว
พ.ต.ต. หลวงชาญนิคม ผู้กองเมืองสองเกิดศรัทธาเลื่อมใสได้ถวายที่สร้างวัดป่าข้างหัวรถไฟโคราช
ท่านอาจารย์สิงห์จึงได้เรียกลูกศิษย์ที่อยู่ทางขอนแก่นลงไป เราพร้อมด้วยคณะได้ออกเดินทางไปพักที่สวนของหลวงชาญ
ฯ พาหมู่จัดเสนาสนะชั่วคราวขึ้น ซึ่งเวลานั้นท่านอาจารย์สิงห์ไปกรุงเทพฯ
ยังไม่กลับ พอท่านกลับถึงแล้ว เราได้ไปช่วยพระอาจารย์มหาปิ่น สร้างเสนาสนะในป่าช้าท ี่
๒ แล้วได้อยู่จำพรรษา ณ ที่นั้น ( วัดศรัทธาราม
) พรรษานั้นมีพระผู้ใหญ่ด้วยกันหลายองค์
คือเรา อาจารย์ฝั้น อาจารย์ภูมี อาจารย์หลุย อาจารย์กงมา โดยมีท่านอาจารย์มหาปิ่นเป็นหัวหน้า
พรรษานี้เราและอาจารย์ฝั้นได้รับภาระช่วยท่านอาจารย์มหาปิ่นรับแขกและเทศนาอบรมญาติโยมตลอดพรรษา
ปีเดียวเกิดมีวัดป่าพระกัมมัฏฐานขึ้นสองวัดเป็นปฐมฤกษ์ของเมืองโคราช และเป็นปีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
โดยการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตย
|
๑๘.๑ ความปริวิตกที่ไม่เป็นธรรม
|
|
ในขณะที่เราได้พาหมู่เพื่อนจัดเสนาสนะอยู่ที่วัดป่าสาลวันนั้น
อากาศมันร้อนเป็นบ้าเลย เราไม่ชอบอากาศร้อน แต่กัดฟันอดทนต่อสู้ทำความเพียรไม่ท้อถอย
สติที่เราอบรมดีแล้วสงบอยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น บางครั้งก็รวมเข้าภวังค์แล้วก็หายไปเลยเป็นเวลานานนับชั่วโมงก็มี
แล้วไม่ทำให้เกิดปัญญาอะไรเลย |